วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553





วงอเมริกัน ฮาร์ดร็อค เกิดขึ้น ใน นิวยอร์กซิตี้ ใน มกราคม 1973 โดยทาสีหน้า สมาชิกของวง และ ชุด สีสัน เวที ขึ้นมา โดดเด่น ในช่วงกลาง ถึง ปี 1970 บนพื้นฐานของ การแสดง สด ของพวกเขา ซับซ้อน ที่ แนะนำ การพ่นไฟ, การคาย เลือด guitars การสูบบุหรี่และ การเล่นดอกไม้เพลิงKiss ได้รับรางวัล 24 อัลบั้ม ทอง วันที่ ในสหรัฐอเมริกา วง ที่มี ขาย มากกว่า 19 ล้าน อัลบั้ม ในสหรัฐอเมริกา และยอดขาย ทั่วโลก ได้ เกิน 100 ล้าน อัลบั้ม

1973 - '80 lineup ของ Paul Stanley (ร้อง และ รึทึ่ม กีตาร์) Gene Simmons ร้อง ( และ กีตาร์ เบส) Ace Frehley (กีตาร์ นำ และ ร้อง ) และ Peter Criss (กลอง และ ร้อง ) ส่วนใหญ่ ประสบความสำเร็จ และ สามารถระบุตัว กับ การแต่งหน้า และ ชุด พวกเขา เอาใน personas ของ หนังสือการ์ตูนตัวอักษร แบบ : ปีศาจ ( Simmons ) , Starchild ( Stanley ) , Spaceman ( Frehley ) และ Catman ( Criss ) วง อธิบายว่า แฟน เป็น คน ที่ เลือก makeup ที่สุด ของ การออกแบบ " แต่งหน้า ปีศาจ " แสดง ความเห็นถากถางดูถูก Simmons และ ความ มืดของ อารมณ์ขัน เป็น ความรัก ของเขา สำหรับ หนังสือการ์ตูน Paul Stanley กลายเป็น Starchild "" เพราะ แนวโน้ม ของเขา จะ เรียกว่า รัก แจ่มจรัส ตา "และ" สิ้นหวัง โรแมนติก . Ace Frehley 's" แต่งหน้า Spaceman " เป็น ภาพสะท้อนของ ความชื่นชอบ ของเขา สำหรับ นิยายวิทยาศาสตร์ และ จินตนาการ ถูก จาก ดาวเคราะห์ อื่น Peter Criss ของ " แต่งหน้า Catman "ได้ ตาม ความเชื่อ ที่ Criss มี เก้า ชีวิต เพราะ วัยเด็ก ของเขา ใน Brooklyn หยาบ เพราะ ความแตกต่างของ ความคิดสร้างสรรค์ ทั้ง Criss และ Frehley ได้ ออกจาก กลุ่มโดย 1982

ในปี 1983 , Kiss ยกเลิก แต่งหน้า ใน ปี 1990 ที่ วง ประกาศ ชุมนุม ของ lineup เดิม ( ด้วย เมคอัพ ) ในปี 1996 ผล Kiss Alive / Worldwide / Lost เมือง / Reunion Tour คือ การกระทำ บน grossing ปี 1996 และ 1997 Criss และ Frehley มี ซ้าย ตั้งแต่ Kiss อีกครั้ง และ ถูกแทนที่ด้วย นักร้อง Eric และ Tommy Thayerตามลำดับ วง ยังคง ดำเนินการ กับ แต่งหน้า และ ขณะ Stanley Simmons ยังคง เป็นเพียงสอง คน คง

Kiss เป็นลำดับที่10# VH1 ของ ศิลปิน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของ '100 Hard Rock .และ ลำดับ 9# 'The Greatest Metal Bands' list by MTV Kiss ได้ รับการเสนอชื่อ สำหรับ Rock และ Roll Hall of Fame,สิบปี หลังจากที่เป็น สิทธิ์ แต่ ที่ 15 ธันวาคม 2009 ได้มีการประกาศ ว่า Kiss ไม่ ให้ เข้าไปใน Rock และ Roll Hall of Fame

http://www.kissonline.com/










แกรนด์ฟังก์เรลโรด (อังกฤษ: Grand Funk Railroad หรือ Grand Funk) เป็นวงร็อกอเมริกา ได้รับความนิยมอย่างสูงระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1970 แกรนด์ฟังก์เรลโรดมียอดขายมากกว่า 25 ล้านชุด ได้รับ 4 แผ่นเสียงทองคำในระัหว่างปี 1970 ถือเป็นวงอเมริกันที่ทำยอดได้มากที่สุด สมาชิกวงปัจจุบันของแกรนด์ฟังก์เรลโรด ใช้ชื่อเล่นว่า "ดิอเมริกันแบนด์" ที่นำมาจากเพลงดังในปี 1973 ของวง "We're an American Band"

แกรนด์ฟังก์เรลโรดมีซิงเกิ้ลอันดับ 1 อยู่ 2 ซิงเกิ้ล คือ"We're an American Band" (จากอัลบั้ม We're An American Band) และ "The Loco-Motion" (จากอัลบั้ม Shinin' On เพลงเขียนโดยแคโรล คิงและเจอร์รี กอฟฟิน เป็นเพลงเก่าของลิตเทิลอีวา) อัลบั้ม We're an American Band

สมาชิก
Don Brewer
Mel Schacher
Max Carl
Bruce Kulick
Timothy "Tim" Cashion
Craig Frost

อดีตสมาชิก
Mark Farner
Dennis Bellinger
Howard Eddy, Jr.

http://www.grandfunkrailroad.com/























วงควีน (Queen) เป็นวงดนตรีจากประเทศอังกฤษ มีชื่อเสียงโด่งดังในปี พ.ศ. 2513 ที่กรุงลอนดอน โดยไบรอัน เมย์ , โรเจอร์ เทย์เลอร์และคนสุดท้ายเฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ จากวงสไมล์ และวงนี้ก็สมบูรณ์แบบเมื่อจอห์น ดีคอน ตามเข้ามาเป็นสมาชิกในวงในปีถัดมา วงควีนเป็นวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดบนเกาะอังกฤษถึงสามทศวรรษ วงควีนเริ่มโด่งดังในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 และโด่งดังระดับโลก จนมีแฟนเพลงอยู่ทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

ผลงาน

วงควีนมีผลงานอัลบั้มตั้งแต่อดีตถึงอัลบั้มสุดท้ายมีทั้งสิ้น 15 อัลบั้ม ได้แก่

1.Queen (พ.ศ. 2516)
2.Queen II (พ.ศ. 2517)
3.Sheer Heart Attack (พ.ศ. 2517)
4.A Night at the Opera (พ.ศ. 2518) ซึ่งมีเพลงอันโด่งดัง คือ Bohemian Rhapsody
5.A Day at the races (พ.ศ. 2519)
6.News of the World (พ.ศ. 2520)
7.Jazz (พ.ศ. 2521)
8.The Game (พ.ศ. 2523)
9.Flash Gordon (พ.ศ. 2523)
10.Hot Space (พ.ศ. 2525)
11.The Works (พ.ศ. 2527)
12.A Kind of Magic (พ.ศ. 2529)
13.The Miracle (พ.ศ. 2532)
14.Innuendo (พ.ศ. 2534)
15.Made in Heaven (พ.ศ. 2538)

เมื่อปี พ.ศ. 2534 เฟรดดี้ เมอร์คิวรี นักร้องนำของวงควีนซึ่งเป็นเกย์ได้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ซึ่งส่งผลให้ผลงานอัลบั้ม Innuendo เป็นอัลบั้มสุดท้ายของเมอร์คิวรี แต่สมาชิกของวงที่เหลือยังคงทำผลงานเพลงในนามวงควีนอยู่อีกหนึ่งอัลบั้มคือ Made in Heaven โดยใช้เสียงของเมอร์คิวรี่ ที่บันทึกไว้ก่อนเสียชีวิต และจากอัลบั้มก่อนๆ

ปัจจุบัน วงควีนที่มีสมาชิกเหลือ 2 คน คือ ไบรอัน เมย์และโรเจอร์ เทย์เลอร์ ได้ร่วมกับพอล โรดเจอร์ ออกผลงานใหม่ๆ อีกครั้งหนึ่ง

สมาชิก

จอห์น ดีคอน (ออกจากวงแล้ว)
ไบรอัน เมย์
เฟรดดี้ เมอร์คิวรี (เสียชีวิต)
โรเจอร์ เทย์เลอร์

http://queenonline.com/







UFO







เป็นวงร็อคจาก อังกฤษ วงดนตรีที่ก่อตั้งขึ้น ในปี 1969 UFO เป็นกลุ่มศิลปิน Hard Rock แนว Heavy Metalวงแรกๆ และ New Wave of British Heavy Metal วง UFO เป็น อันดับที่ 84 ใน VH1" s '100 ศิลปิน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของ ฮาร์ดร็อค

ผลงาน

UFO 1 (1970)
UFO 2: Flying (1971)
Phenomenon (1974)
Force It (1975)
No Heavy Petting (1976)
Lights Out (1977)
Obsession (1978)
Strangers in the Night (1979)
No Place to Run (1980)
The Wild, the Willing and the Innocent (1981)
Mechanix (1982)
Making Contact (1983)
Misdemeanor (1985)
Ain't Misbehavin' (1988)
High Stakes & Dangerous Men (1992)
Walk on Water (1995)
Covenant (2000)
Sharks (2002)
You Are Here (2004)
The Monkey Puzzle (2006)
The Visitor (2009)[2]

สมาชิก ปัจจุบัน
Phil Mogg ร้อง --
Vinnie Moore กีตาร์ --
Paul Raymond -- keyboards , guitar
ทาง Pete เบส --
Parker Andy กลอง --
อดีตสมาชิก
เชงเกอร์ Michael กีตาร์ --
Paul Chapman กีตาร์ --
Archer Laurence กีตาร์ --
Bernie Marsden กีตาร์ --
Wallis Larry กีตาร์ --
Billy Sheehan เบส --
Aynsley Dunbar กลอง --
ฝรั่งเศส Robbie กลอง --
Jason Bonham กลอง --
Simon Wright กลอง --
Neil Carter -- keyboards , guitar
Paul Gray เบส --
Mick Bolton -- กีต้าร์
Tommy McClendon -- กีต้าร์
Clive Edwards กลอง --
Peyronel Danny -- คีย์บอร์ด เปียโน


http://www.ufo-music.info/







Scorpions




สกอร์เปียนส์ (อังกฤษ: Scorpions) วงดนตรีแนวเฮฟวี่เมทัลแห่งเยอรมัน อยู่ในวงการดนตรีโลกมากว่า 35 ปี เจ้าของบทเพลงคลาสสิกร็อก มากมายอาทิ เช่น “Wind Of Change”, “Still Loving You”, “Holiday” และอีกมากมาย ซึ่งแฟนเพลงในเมืองไทยได้ให้ฉายาว่า "ไอ้แมงป่องผยองเดช"

สกอร์เปียนส์ตั้งวงเมื่อปี 1970 และอยู่มาอย่างยาวนานจนถึงยุค 2000 ตอนเริ่มต้นภาษาอังกฤษของพวกเขายังไม่ค่อยดีนัก แต่ก็พัฒนามาพร้อมกับสไตล์ดนตรี ยุค 1980 สกอร์เปียนส์เริ่มบุกอเมริกาได้ หลังประสบความสำเร็จในยุโรปและเอเชียเรียบร้อยแล้ว ในยุค 1990 ความร้อนแรงของพวกเขาก็เริ่มลดลง

ผลงาน

อัลบั้ม
Lonesome Crow (1972)
Fly to the Rainbow (1974)
In Trance (1975)
Virgin Killer (1976)
Taken by Force (1977)
Tokyo Tapes (1978, live)
Lovedrive (1979)
Animal Magnetism (1980)
Blackout (1982)
Love at First Sting (1984)
World Wide Live (1985, live)
Savage Amusement (1988)
Crazy World (1990)
Face the Heat (1993)
Live Bites (1995, live)
Pure Instinct (1996)
Eye II Eye (1999)
Moment of Glory (with the Berlin Philarmoniker, 2000)
Acoustica (acoustic, 2001)
Unbreakable (2004)
Humanity - Hour 1 (2007)

สมาชิก
Klaus Meine
Matthias Jabs
Rudolf Schenker
James Kottak
Paweł Mąciwoda

อดีตสมาชิก
Michael Schenker
Ulrich Roth
Francis Buchholz
Jurgen Rosenthal
Herman Rarebell
Ralph Rieckermann


http://www.the-scorpions.com/english/







Uriah Heep



ยูไร ฮีฟ วงดนตรี ฮาร์ดร็อค อังกฤษ

วง ออก อัลบั้ม ที่ประสบความสำเร็จ ใน ปี 1970 หลาย เช่น Uriah Heep Live (1973)ปี 1980 ออกทัวร์ในสหรัฐและทั่วยุโรป Uriah Heep คือ วง แรกที่ เล่น ใน Western โซเวียต รัสเซีย ภายใต้ นโยบาย ของ Gorbachev glasnost. พวกเขาขายได้ กว่า 30 ล้าน อัลบั้ม ทั่วโลก

ผลงานสร้างชื่อเสียง




Black Sabbath





แบล็ค ซับบาธ (อังกฤษ: Black Sabbath) เป็นวงดนตรีเฮฟวีเมทัลจากเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 โดยมีสมาชิกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นจำนวนมากถึง 22 คน แต่มีสมาชิกหลักจำนวน 4 คน คือ ออซซี ออสบอร์น โทนี อิออมมี กีเซอร์ บัทเลอร์ และบิล วอร์ด ซึ่งเป็นสมาชิกตั้งแต่ก่อตั้งวง และยังเป็นสมาชิกที่รวมกลุ่มแสดงอยู่ในปัจจุบัน

แบล็ค ซับบาธ ได้รับการยอมรับว่าเป็นวงดนตรีวงแรกๆ ในแนวเฮฟวีเมทัล [1] โดยเน้นเสียงกีตาร์ที่มีโทนเสียงโหยหวน และเนื้อร้องที่มีความหมายแนวสยองขวัญเป็นเอกลักษณ์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ขายอัลบั้มได้มากกว่า 15 ล้านแผ่น เฉพาะในสหรัฐอเมริกา [2]

ผลงานเพลงของแบล็ค ซับบาธ ที่มีชื่อเสียงที่สุด คือเพลง "Paranoid" จากอัลบั้มที่สอง ในปี พ.ศ. 2513

ผลงาน

ผลงาน
Black Sabbath (1970)
Paranoid (1970)
Master of Reality (1971)
Black Sabbath Vol. 4 (1972)
Sabbath Bloody Sabbath (1973)
Sabotage (1975)
Technical Ecstasy (1976)
Never Say Die! (1978)
Heaven and Hell (1980)
Mob Rules (1981)
Born Again (1983)
Seventh Star (1986)
The Eternal Idol (1987)
Headless Cross (1989)
Tyr (1990)
Dehumanizer (1992)
Cross Purposes (1994)
Forbidden (1995)

สมาชิก
ออซซี ออสบอร์น (ร้องนำ)
โทนี อิออมมี (กีตาร์)
กีเซอร์ บัทเลอร์ (เบส)
บิล วอร์ด (กลอง)
อดีตสมาชิก
รอนนี เจมส์ ดิโอ (ร้องนำ)
เอียน กิลแลน (ร้องนำ)

http://www.blacksabbath.com/












ดีพ เพอร์เพิล (อังกฤษ: Deep Purple) เป็นวงดนตรีฮาร์ดร็อก และเฮฟวีเมทัล จากเมืองเฮิร์ตฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 และยังคงจัดแสดงอยู่จนถึงปัจจุบัน เคยได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ ว่าเป็นวงดนตรีที่เล่นเสียงดังที่สุด [1][2] และได้รับการจัดอันดับโดย VH1 ให้เป็นวงดนตรีฮาร์ดร็อกยอดเยี่ยม อันดับที่ 22 [3] และมียอดขายอัลบั้มทั้วโลก มากกว่า 100 ล้านแผ่น [4][5][6]

ตลอดเวลา 40 ปีของวง มีสมาชิกร่วมวงผลัดเปลี่ยนกันหลายชุด โดยชุดที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จที่สุด เป็นสมาชิกชุดที่สอง ที่ร่วมงานกันระหว่างปี พ.ศ. 2512 ถึง พ.ศ. 2516 ก่อนจะแยกวงเป็นเวลา 8 ปี และกลับมาร่วมงานกันใหม่ระหว่าง พ.ศ. 2527 ถึง พ.ศ. 2532 สมาชิกชุดนี้ประกอบด้วย เอียน กิลแลน (ร้องนำ) ริทชี แบล็กมอร์ (กีตาร์) จอน ลอร์ด (คีย์บอร์ด) โรเจอร์ โกลเวอร์ (เบส) และเอียน เพซ (กลอง) ภายหลังริทชี แบล็กมอร์ ได้ขัดแย้งกับสมาชิกคนอื่นในวงอย่างรุนแรง และแยกจากกันตั้งแต่ พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา ทางวงจึงได้นำโจ แซทริอานี และสตีฟ มอร์ส มาเล่นกีตาร์แทน

วงดีพ เพอร์เพิล มีชื่อเสียงในการแสดงดนตรีสด และประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วง พ.ศ. 2512 ถึง 2516 โดยเฉพาะงานบันทึกการแสดงสดในปี พ.ศ. 2515 ที่ประเทศญี่ปุ่น ชื่อชุด "Made in Japan" และ "Live in Japan" ผลงานเพลงที่ได้รับความนิยม เช่นเพลง "Highway Star", "Smoke On The Water", "ฺBlack Knight", "Woman From Tokyo", "Speed King" และเพลงคัฟเวอร์ เช่น "Hush" และ "Kentucky Woman"

ดีพ เพอร์เพิล เคยเข้ามาแสดงในประเทศไทยสองครั้ง ครั้งแรกจัดแสดงที่สนามกีฬากองทัพบก [7] ครั้งที่สองจัดแสดงเมื่อ พ.ศ. 2545 ที่อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี [8]



ผลงาน




สตูดิโออัลบั้ม

1968 The Book of Taliesyn
1969 Deep Purple
1970 Deep Purple In Rock
1971 Fireball
1972 Machine Head
1973 Who Do We Think We Are
1974 Burn
1974 Stormbringer
1975 Come Taste the Band
1984 Perfect Strangers
1987 The House of Blue Light
1990 Slaves & Masters
1993 The Battle Rages On
1996 Purpendicular
1998 Abandon
2003 Bananas
2005 Rapture of the Deep


สมาชิก
โรเจอร์ โกลเวอร์ (เบส)
เอียน เพซ (กลอง)
เอียน กิลแลน (ร้องนำ)
ดอน แอรีย์ (คีย์บอร์ด)
สตีฟ มอร์ส (กีตาร์)

อดีตสมาชิก
ริทชี แบล็กมอร์ (กีตาร์)
จอน ลอร์ด (คีย์บอร์ด)
ร็อด อีแวนส์ (ร้องนำ)
นิค ซิมเพอร์ (เบส)
เดวิด คอเวอร์เดล (ร้องนำ)
เกลนน์ ฮิวส์ (เบส)
ทอมมี โบลิน (กีตาร์)
โจ ลินน์ เทอร์เนอร์ (ร้องนำ)
โจ แซทริอานี (กีตาร์)









เลด เซพเพลิน (อังกฤษ: Led Zeppelin) เป็นวงดนตรีร็อกจากอังกฤษ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2511 โดยจิมมี เพจ (กีตาร์), โรเบิร์ต แพลนต์ (ร้องนำ), จอห์น พอล โจนส (เบส, คีย์บอร์ด) และจอห์น บอนแฮม (กลอง) ได้รับการยอมรับว่าเป็นวงดนตรีเฮฟวีเมทัลวงแรกๆ [1][2] เช่นเดียวกับ ดีพ เพอร์เพิล และแบล็ก แซบบาธ

เลด เซพเพลินได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูง สามารถขายอัลบั้มได้ถึง 300 ล้านแผ่นทั่วโลก [3] และ 111.5 ล้านแผ่น เฉพาะในสหรัฐอเมริกา [4] ได้รับการจัดอันดับจาก VH1 ให้เป็นวงดนตรีร็อกยอดเยี่ยมอันดับ 1 [5] และได้รับการยกย่องจากนิตยสารโรลลิงสโตน ให้เป็น "วงดนตรีที่ "เฮฟวี่" ที่สุดตลอดกาล" และ "วงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน ทศวรรษ 1970" [6]

เลด เซพเพลิน ได้ยุบวงลงในปี พ.ศ. 2523 หลังจากมือกลองคือ จอห์น บอนแฮม เสียชีวิตจากอาการสำลักเนื่องจากดื่มเหล้าหนัก [7] แต่สมาชิกที่เหลือของวงยังกลับร่วมแสดงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2550 สมาชิกสามคนที่เหลือ ได้แสดงคอนเสิร์ตร่วมกันที่กรุงลอนดอน โดยมี เจสัน บอนแฮม บุตรชายของจอห์ม บอนแฮม เล่นในตำแหน่งมือกลอง

ผลงาน

1969: Led Zeppelin
1969: Led Zeppelin II
1970: Led Zeppelin III
1971: Led Zeppelin IV
1973: Houses of the Holy
1975: Physical Graffiti
1976: Presence
1979: In Through the Out Door
1982: Coda

http://www.ledzeppelin.com/




Steppenwolf




สเต็ปเพ็นวูล์ฟ (อังกฤษ: Steppenwolf) เป็นวงดนตรีฮาร์ดร็อคของอเมริกัน ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1967 ที่โตรอนโต้ ประเทศแคนาดา เดิมชื่อวง เดอะ สแปร์โรว์ ในขั้นแรก เป็นวงดนตรีแนวบลูส์ร็อค แต่ต่อมา ต้นปี ค.ศ.1968 ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น สเต็ปเพ็นวูล์ฟ และแนวดนตรีเป็นฮาร์ดร็อค มีเพลงฮิตตามมาคือ Born To Be Wild มีสมาชิกคือ จอห์น เคย์ เป็นผู้ร้องนำ วงนี้ยุบไปเมื่อปี ค.ศ. 1972 แต่ได้กลับมารวมตัวอีกครั้งในปี ค.ศ. 1980 จนถึงปัจจุบัน

http://www.steppenwolf.com/


วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Jimi Hendrix


เจมส์ มาร์แชลล์ เฮนดริกซ์ (อังกฤษ: James Marshall Hendrix) หรือชื่อเกิด จอห์นนี อัลเลน เฮนดริกซ์ (อังกฤษ: Johnny Allen Hendrix) (27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1942 - 18 กันยายน ค.ศ. 1970) เป็นนักกีตาร์ นักร้อง นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นนักกีต้าร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีร็อก โดยนักดนตรีและนักวิจารณ์มากมายในแวดวงบันเทิง และเป็นหนึ่งในบุคลสำคัญที่มีบทบาทต่อดนตรีหลายๆ แนวในยุคของเขา หลังจากประสบความสำเร็จในยุโรปในช่วงแรก จึงเริ่มมีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา หลังจากการแสดงใน มอนเทอเรย์ป็อปเฟสติวัล ต่อมาเขาก็ได้เล่นเป็นวงหลักในเทศกาลวู้ดสต็อกปี 1969 และเทศกาลไอเซิลออฟไวต์ ในปี 1970 บ่อยครั้งเฮนดริกซ์ชอบที่จะใช้เสียงโอเวอร์ไดรว์ฟแบบดิบๆ จากตู้แอมป์ร่วมกับ Gain (ปริมาณเสียงที่ส่งมาจากกีต้าร์) จำนวนมาก รวมไปถึง Treble (เสียงย่านแหลม) ด้วย ซึ่งได้ช่วยพัฒนาเทคนิคในการทำให้เกิดเสียง Feedback (เสียงหอน) จากแอมป์กีต้าร์[7]เฮนดริกซ์เป็นหนึ่งในนักดนตรีที่ทำให้แป้นเหยียบวาห์-วาห์ ได้รับความนิยมในดนตรีร็อกกระแสหลัก ซึ่งเขามักจะใช้เพื่อขยายขอบเขตของระดับเสียงในโซโล่ของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการดันสายที่เป็นเสียงสูง และการใช้เลกาโตที่ยืนพื้นบนสเกลเพนตาโทนิก เขาได้รับอิทธิพลในการเล่นมาจากศิลปินในแนวบลูส์ เช่น B. B. King, Muddy Waters, Howlin' Wolf, Albert King และ Elmore Jame นักกีต้าร์แนวอาร์แอนด์บีและโซล อย่าง Curtis Mayfield, Steve Cropper เช่นเดียวกับดนตรีโมเดิร์นแจ๊ส ในปี 1966 เฮนดริกซ์ผู้ซึ่งได้ร่วมเล่นและบันทึกเสียงกับวง ลิตเทิล ริชาร์ด ในระหว่างปี 1964 ถึง 1965 ได้เคยบอกว่า "ผมอยากจะทำกับกีต้าร์ของผมในสิ่งที่ลิตเทิล ริชาร์ดทำกับเสียงร้องของเขา

คาร์ลอส ซานตาน่า ได้ให้ความเห็นว่าดนตรีของเฮนดริกซ์อาจจะได้รับอิทธิพลมาจากวิถีชิวิตของชาวอเมริกันของเขา ในฐานะโปรดิวเซอร์ เฮนดริกซ์ได้ใช้ห้องบันทึกเสียงในการต่อยอดความคิดของเขา ซึ่งเขาเป็นคนแรกๆ ที่ได้ทดลองเกี่ยวกับเสียงแบบสเตอริโอ และ เทคนิค Phasing สำหรับบันทึกเสียงเพลงร็อก
เฮนดริกซ์ ได้รับรางวัลที่มีเกียรติเกี่ยวกับวงการเพลงร็อกมากมายตลอดชีวิตเขา และยังได้รับเพิ่มมาหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้วอีกมาก รวมถึงได้มีชื่ออยู่ในยูเอส
ร็อกแอนด์โรลฮอลออฟเฟม ในปี 1992 และยูเคมิวสิกฮอลออฟเฟมในปี 2005 ที่อังกฤษก็มีป้ายชื่อของเขา ณ บ้านที่เขาเคยอาศัยที่ถนนบรู๊ก ใน ลอนดอน เมื่อเดือนกันยายนปี 1997 ดาวที่เป็นชื่อของเขาที่ฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม(ตั้งอยู่ที่ 6627 ฮอลลีวูด บูเลวาร์ด) ได้ถูกทำขึ้นมาในปี 1994 ในปี 2006 ผลงานอัลบั้มเปิดตัวในยูเอสของเขา อาร์ ยู อิคเพียเรียนซ์ (อังกฤษ: Are You Experienced) ได้รับเลือกให้อยู่ใน United States National Recording Registry และนิตยสารโรลลิงสโตน ให้เฮนดริกซ์อยู่อันดับ 1 ในบรรดานักกีตาร์ ในหัวข้อ 100 อันดับ นักกีตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ในปี 2003 เขายังเป็นคนแรกที่ถูกเสนอชื่อเข้าสู่ Native American Music Hall of Fame อีกด้วย



http://www.jimihendrix.com/us/home


Cream


ต้นกำเนิดแห่ง แนวเพลงเฮฟวี่ เมทัล จากเกาะอังกฤษ วงครีม ( Cream ) นับเป็นก้าวที่สำคัญของวงดนตรีเพียงสามชิ้นที่แสดงอาการว่าพวกเขาคือ‘ตัวจริง’ และ‘เอาจริง’ หลังจากออกหยั่งเชิงในอัลบั้มแรก Fresh Cream(1966) จนสามารถสร้างปรากฏการณ์ประเดิมในพลังทริโอแหวกแนวแล้ว ด้วยศักยภาพล้นเหลือของสามประสานที่ประกอบด้วย แจ๊ค บรู๊ซ มือเบสชาวสก๊อตต์ จิงเจอร์ เบเคอร์ กลองฝีมือดีผู้มีพื้นฐานแจ๊สสุดปึ๊ก และ อิริค แคลปตัน ไอ้หนุ่มวัย 23 ผู้มากประสบการณ์จนได้รับฉายา ‘กีต้าร์เทพ’ หลังจากความสำเร็จในอัลบั้มชุดนี้

อัลบั้มผลงาน

1966 - Fresh Cream
1967 -
Disraeli Gears
1968 -
Wheels of Fire
1969 -
Goodbye





ranked #16 on VH1's '100 Greatest Artists of Hard Rock'

Heavy Metal

เฮฟวีเมทัล (อังกฤษ: Heavy metal) (ในบางครั้งจะเรียกสั้น ๆ ว่า เมทัล) เป็นแนวเพลงร็อกประเภทหนึ่งที่พัฒนาในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 และต้นทศวรรษที่ 70 ด้วยรากฐานของดนตรี บลูส์-ร็อก และ ไซเคเดลิกร็อก โดยมีหลายวงได้พัฒนาเฮฟวีเมลทัล ให้มีความหนา, หนัก, ดนตรีที่เน้นกีตาร์และกลอง และลักษณะเฉพาะตัวที่มีการโซโล่กีตาร์ที่รวดเร็ว
เพลงแนวเฮฟวีเมทัลได้รับความนิยมจากแฟนทั่วโลก ที่แฟนเหล่านั้นจะเรียกตัวเองว่า เมทัลเฮดส์ หรือ
เฮดแบงเกอร์ และถึงแม้ว่าวงเมทัลในช่วงต้น ๆ อย่าง เล็ด เซ็พเพลิน, แบล็ค แซบบาธ และ ดีพ เพอร์เพิล จะได้รับความสนใจจากกลุ่มคนฟังหลัก แต่ก็มีบ้างที่พวกเขาจะถูกด่าทอ

ประวัติ

ความเป็นมานั้นเริ่มจาก กลุ่มศิลปินที่เดิมเล่นเพลงบลูส์ ในช่วงปี 1966 - 68 เช่น วงครีมซึ่งมี อีริค แคลปตัน เป็นมือกีตาร์และนักกีตาร์ไฟฟ้าที่ชื่อ จิมิ เฮนดริกซ์ ซึ่งใช้เครื่องช่วยขยายเสียงกีตาร์ไฟฟ้าให้มีเสียงอันดังสนั่น เกิดแนวทางใหม่ๆในการเล่นกีตาร์ไฟฟ้าของดนตรีร็อก เช่น การใช้เสียงหอนกลับ(Feedback) เสียงบิดเบือน (Distortion) หรือ เพี้ยน วงครีม มีเพลงฮิตที่ตามมาเช่น I feel free(1966) ,Sunshine of your love(1967),White room(1968) เป็นต้น โดยเฉพาะเฮ็นดริ๊กซ์นั้น เขามีการเล่นที่น่าตื่นตา เช่นการเล่นกีตาร์ด้วยฟัน เป็นต้น เพลงฮิตที่ตามมาของเขา เช่น Purple Haze(1967) , Hey Joe, The Wind Cries Mary,Voodoo Chile(1968)ซึ่งเพลงเหล่านั้นนับว่าเป็นเพลงแนวฮาร์ดร็อก ยุคแรกๆ ที่ติดอันดับ Top Chart ในยุคนั้น
ต่อมาได้ข้ามาถึงฝั่งอเมริกา เมื่อดนตรีแนว ไซคเดลิค ได้เข้ามาอิทธิพลในอเมริกา วงอย่าง
บลู เชียร์ ได้พัฒนาแนวดนตรีขึ้นมาอีกขั้น โดยจะมีความเป็นฮาร์ดร็อคมากยิ่ง ขึ้น ได้เปิดอัลบั้มแรกของพวกเขาในปี 1968 มีเพลงฮิตเช่น Summertimes Blues เป้นต้น ในปีเดียวกัน วง สเต็พเพ็นวูลฟ์ ได้มีเพลงฮิต ชื่อ Born to be Wild (1968)ซึ่งในเพลงนั้นมีวลีว่า Heavy Metal Thunder ซึ่งได้เอาเพลงฮุคท่อนนี้ มาใช้บัญญัติคำดนตรีแนวนี้ว่า เฮฟวี่เมทัล ในเวลาต่อมา ซึ่งทั้ง 2 วงนี้ได้นำเอาคีย์บอร์ดมาใช้ผสมกับดนตรีแนวนี้เพื่อความหนักหน่วงของดนตรีแนวนี้มากขึ้น
วง
เล็ด เซ็พพลิน นับเป็นวงที่เริ่มบุกเบิกดนตรีเฮฟวี่เมทัล ยุคใหม่ เป็นที่รู้จักกันดีด้วยเสียงดนตรีอันดังสนั่น โดยพัฒนาแนวดนตรีบลูส์ของอังกฤษ ผสมกับ โฟล์ก ซึ่งพวกเขาตั้งวงกันเมื่อปี 1968 และมีเพลงฮิตในปีถัดมา ซึ่งมีเพลงแนวเฮฟวี่ร็อค อย่าง Communication Breakdown (1969) และเพลงที่หลายๆคนยกย่องกันว่าเป็นเพลงเฮฟวี่เมทัลขนานแท้ของวงนี้คือ Stairway to Heaven (1971) ซึ่งดนตรีของวงนี้มีลักษณะที่พิเศษกว่าวงฮาร์ดร็อกยุคก่อนๆคือ สไตล์การร้องเพลงของนักร้องนำคือ โรเบิร์ต แพลนท์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในการร้องแบบโหยหวนเต็มพลังอารมณ์ และ สไตล์การเล่นกีตาร์ของ จิมมี่ เพจที่ออกแนวโลดโผน เร้าใจ ซึ่งทำให้เป็นแรงบันดาลใจแก่วงเฮฟวี่ร็อครุ่นหลังๆ ต่อๆมา วง ดีพ เพอร์เพิล ซึ่งมาในรุ่นเดียวกัน ก็ปล่อยซิงเกอร์ออกมาคู่กับ วงเลด เซ็พพลิน ซึ่งวงนี้จะออกแนว ไซเคเดลิก หรือ ฮาร์ดร็อก มากกว่า ของช่วงยุคแรกๆ
วง
แบล็ค แซบบาธได้ช่วยบุกเบิกดนตรีแนวนี้ในอังกฤษเมื่อปี 1970 ซึ่งพัฒนาแนวไปอีกอีกขั้นหนึ่ง โดยลักษณะเด่นของวงนี้คือ เสียงกีตาร์ที่มีลักษณะเฉพาะของ โทนี่ ไอออมมี่ ซึ่งมีโทนเสียงกีตาร์ที่ต่ำและแตกพร่า ที่เกิดจากความผิดปกติของนิ้วของเขา และเนื้อหาของดนตรีที่ออกแนวที่เกี่ยวกับความน่าสะพรึงกลัว ความเป็นไปของสังคมในด้านลบ และอิทธิพลของยาเสพติดในยุคนั้น และความเป็นบลูส์ในเนื้อดนตรี เริ่มลดลง พวกเขามีเพลงฮิตอย่าง Paranoid (1970) ซึ่งต่อมาวงนี้ได้รับการกล่าวขวัญว่า เป็น วงดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดวงหนึ่งของโลกตลอดกาล วงอื่นๆ ที่ได้รับอิทธิพลในข้างต้นนั้นวงอื่นๆ ก็มีเช่น ยูราย ฮีพ, สกอร์เปียนส์ ,ยูเอฟโอหรือแม้กระทั่งวงอย่าง ควีน เป็นต้น วงเหล่านี้ล้วนมาจากฝั่งยุโรปทั้งสิ้น โดยในฝั่งอมริกา ก็มีวงอย่างเช่น แกรนด์ฟังก์เรลโรด ,คิส,บลูออยส์เตอร์คัลต์ เป็นต้น
ในช่วงกลางทศวรรษที่ 70
จูดาส พรีสต์ ได้กระตุ้นการพัฒนาการของแนวเพลงนี้โดยละทิ้งอิทธิพลของเพลงแนวบลูส์ทิ้งไป และกระแสเฮฟวีเมทัลในสหราชอาณาจักร ก็ตามมาคล้าย ๆกัน คือรวมความรู้สึกของพังค์ร็อกเข้าไปและเพิ่มเน้นในเรื่องของความเร็วเข้าไป
วงเฮฟวีเมทัล ได้ก้าวสู่ความนิยมหลักในทศวรรษที่ 80 เมื่อมีการขยายไปของแนวเพลงย่อยเกิดขึ้น ความหลากหลายนี้ได้เพิ่มความก้าวร้าวและสุดขีดมากกว่าเมทัลในอดีต ที่มักจะจำกัดวงเฉพาะกลุ่มคนฟังใต้ดิน วง
ไอร่อน เมเด้น ได้เป็นผู้นำดนตรีเฮฟวี่เมทัล แนวที่เรียกกันว่า NWOBHMหรือ New Wave Of British Heavy Metal ซึ่งจะไม่มีอิทธิพลของดนตรีบลูส์หลงเหลืออยู่เลย แนวนั้นจะก้าวร้าวขึ้น รวดเร็วยิ่งขึ้น และได้มีอิทธิพลหลักต่อแนวเพลงย่อยของดนตรีเฮฟวี่เมทัลในเวลาต่อมา ในที่นี้รวมถึง แกลมเมทัล และ แทรชเมทัล ก็ได้เข้าสู่กระแสหลักได้ ในปัจจุบัน แนวเพลงอย่าง นูเมทัล ก็ได้ขยับขยายไปจากเฮฟวีเมทัล

Rock 'n' Roll

ร็อกแอนด์โรล (อังกฤษ: Rock and roll หรือ rock 'n' roll) คือแนวเพลงประเภทหนึ่งที่ได้พัฒนาในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายยุค 40s จนมาได้รับความนิยมในต้นยุค 50s และได้แพร่ขยายความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบันเราจะเรียกกันสั้นๆว่า "ร็อก" ส่วนเรื่องจังหวะจะเป็นจังหวะ บูกี้ วูกี้ บลูส์ โดยจะทำให้เด๋นโดยจังหวะแบ็ค บีท (Back Beat) ซึ่งต่อมาจะใช้กลองสแนร์ ดนตรีร็อกแอนด์โรลช่วงแรกจะเล่นโดยกีตาร์ไฟฟ้า หนึ่งหรือสองตัว (1 ลีด ,1 ริธึ่ม),กีตาร์เบส (หรือดับเบิ้ลเบส),ชุดกลอง ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นส่วนเสริม
ร็อกแอนด์โรลในช่วงต้นยุค 50s มักจะใช้
แซกโซโฟนนำดนตรี ต่อมาจึงเปลี่ยนมาเป็นกีตาร์ช่วงกลางยุค 50s เปียโนก็ถูกใช้เป็นส่วนสำคัญในดนตรีร็อกแอนด์โรลช่วงกลางยุค 40s
ความได้รับความนิยมในดนตรีร็อกแอนด์โรลเป็นอย่างมากได้แพร่กระจายสู่สังคม นอกจากทางด้านดนตรีแล้ว ยังมีผลต่อ
แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ภาษา ศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างมากคือ เอลวิส เพรสลีย์ ที่สร้างภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ในรูปแบบของร็อกแอนด์โรล
ในปี ค.ศ. 1951 อลัน ฟรีด (Alan Freed)
ดีเจจากโอไฮโอ ได้ถูกยกเครดิตให้เป็นผู้คิดคำว่า ร็อกแอนด์โรลล์เป็นคนแรก
ร็อกแอนด์โรล ได้ผสมผสาน เอาดนตรีของคนผิวขาวกับผิวดำเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่ที่มีจังหวะที่รุนแรงกว่าเดิม ทั้งเสียงกีตาร์ที่ดัง กลองที่รัวและเร็ว วัฒนธรรมดนตรีแบบร็อกแอนด์โรล ได้มีผลต่อวัยรุ่นในยุคนั้น ทั้งภาษาและการพูดจา ที่โจ่งแจ้ง แสดงอารมณ์อย่างชัดเจน การแต่งกายและทรงผมแปลก ๆ การเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง ฯลฯ ที่ถือว่าเป็น การแสดง ถึงตัวตน (Identity) ของตนเองออกมา ภาษากายต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นแนวทางที่ขัดกับ สิ่งที่ผู้ใหญ่ในสมัยนั้น เห็นว่าดีงาม และถูกต้องทั้งสิ้น ในยุคนั้น ร็อกแอนด์โรลจึงถูกประฌามว่าเป็น ดนตรีของปีศาจ เนื่องจากความใหม่และแหวกแนวอย่างมาก
ในช่วงทศวรรษที่ 50 เพราะขณะที่ศิลปินร็อกแอนด์โรลระดับที่เป็นตำนาน ทยอยกันสร้างชื่อ และผลงานของตนเองไว้ที่อเมริกา ไม่ว่าจะเป็น
บิล ฮาลีย์ (Bill Haley) ที่มีเพลงฮิตที่รู้จักกันทั่วโลกคือ Rock around the clock (1954), ชัค เบอร์รี (Chuck Berry) ผลงานที่โด่งดัง คือเพลง Meybelline (1955), ลิตเติล ริชาร์ด (Little Richard) เพลง Long tall Sally หรือ Rip it up (1956) ที่มียอดขายเกินหลักล้าน, เจอร์รี ลี ลีวิส (Jerry Lee Lewis) กับเพลงที่ได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำ Whole latta shakin' goin' on (1957), เอลวิส เพรสลีย์ที่มีเพลงฮิตติดอันดับนับไม่ถ้วนตั้งแต่ 1956 ถึง 1958 เช่น Love me tender (1956) Loving you (1957) Jailhouse rock (1957) และ King carole (1958) หรือ บัดดี ฮอลลี (Buddy Holly) ผลงานที่ฮิตที่สุด Peggy Sue (1957)

รายชื่อศิลปินร็อกแอนด์โรลระดับต้นๆ ดูได้ตามลิ้งค์
http://www.allmusic.com/cg/amg.dll?p=amg&sql=77:32~T1

Rock

ร็อก (อังกฤษ: Rock) เป็นแนวเพลงที่ได้รับความนิยมในกระแสหลักในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 มีต้นกำเนิดจากดนตรีร็อกแอนด์โรล ริธึมแอนด์บลูส์ ดนตรีคันทรีในคริสต์ทศวรรษ 1940 และ 1950 รวมถึงเพลงแนวโฟล์ก แจ๊ซและดนตรีคลาสสิก
ดนตรีเพลงร็อกมันวงไปด้วยเสียงกีตาร์แบบแบ็กบีตจากส่วนจังหวะของกีตาร์เบสไฟฟ้า กลองและคีย์บอร์ด อย่างออร์แกน เปียโน หรือตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 ก็มีการใช้เครื่องสังเคราะห์เสียง ร่วมไปกับกีตาร์และคีย์บอร์ด ยังมีการใช้แซกโซโฟน และฮาร์โมนิกาในแบบบลูส์ก็มีใช้บ้างในท่อนโซโล่ ในรูปแบบร็อกบริสุทธิ์แล้ว ใช้ 3 คอร์ด จังหวะแบ็กบีตที่แข็งแรงและหนักแน่น รวมถึงมีเมโลดี้ติดหู[1]
ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 และต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 เพลงร็อกพัฒนาจนแตกแยกย่อยเป็นหลายแนวเพลง และเมื่อรวมกับเพลงโฟล์กแล้วจึงเป็น โฟล์กร็อก รวมกับบลูส์เป็น บลูส์-ร็อก รวมกับแจ๊ซเป็น แจ๊ซ-ร็อก ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 ร็อกยังเกี่ยวข้องกับเพลงโซล ฟังก์และละติน เช่นเดียวกันในยุคนี้ร็อกยังได้เกิดแนวเพลงย่อยอีกหลายแนวเช่น ซอฟต์ร็อก เฮฟวีเมทัล ฮาร์ดร็อก โพรเกรสซีฟร็อกและพังก์ร็อก ส่วนแนวเพลงย่อยร็อกที่เกิดขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1980 เช่น นิวเวฟ ฮาร์ดคอร์พังก์และอัลเทอร์เนทีฟร็อก ในยุคคริสต์ทศวรรษ 1990 แนวเพลงย่อยที่เกิดเช่น กรันจ์ บริตป็อป อินดี้ร็อกและนูเมทัล
มีวงร็อกส่วนใหญ่ประกอบด้วย สมาชิกที่เล่นกีตาร์ไฟฟ้า นักร้องนำ กีตาร์เบสและกลอง ก่อตั้งเป็นวง 4 ชิ้น มีบางวงที่มีสมาชิกน้อยกว่าหรือมากกว่า ตำแหน่งเล่นดนตรีบางคนก็ทำหน้าที่ร้องก็มี ในบางครั้งอาจเป็นวง 3 คนหรือวงดูโอซึ่งอาจมีนักดนตรีเสริมเข้ามาอย่างกีตาร์ริธึมหรือคีย์บอร์ด บางวงอาจมีการใช้เครื่องดนตรีสายอย่างไวโอลิน เชลโล หรือเครื่องเป่าอย่าง แซกโซโฟน หรือทรัมเปตหรือทรอมโบน แต่มีวงไม่มากนักที่ใช้